หนุ่มวิวาห์แฟนป่วยมะเร็งขั้นสุดท้ายในโรงพยาบาล

เป็นอีกเรื่งราวสุดประทับใจ เมื่อสังคมออนไลน์ได้แชร์เรื่องราวสุดซาบซึ้ง หลังหนุ่มคนหนึ่งจัดงานวิวาห์กับแฟนสาวที่ป่วยหนักเป็นมะเร็งในโรงพยาบาล โดยมีหมอและพยาบาลร่วมเป็นสักขีพยาน ก่อนทั้งคู่จะสัญญาไม่ทิ้งจนกว่าจะหมดลมหายใจ ล่าสุดนายสุริยา เมตตา อายุ 31 ปี ซึ่งจัดงานแต่งงานกับน.ส.เพ็ญรดี แซ่ว่าง อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ได้พาแฟนสาวมารักษาที่ร.พ.รามาธิบดี ตอนแรกมีอาการปดวหลังและปวดขาจนเดินไม่ได้ ก่อนหมอตรวจสอบพบน่าจะมีก้อนเนื้อร้ายอยู่บริเวณช่วงใต้เอวลามไปถึงก้นกบ จึงเจาะก้อนเนื้อไปตรวจให้ละเอียด ก่อนทราบว่าแฟนป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก เนื้อร้ายลุกลามไปทั่วร่างกายและป่วยเป็นระยะสุดท้ายแล้ว “อาการป่วยแฟนสาวหนักมา หมอทำได้เพียงแค่ยื้อชีวิตให้ได้นานที่สุดด้วยการฉีดมอร์ฟีนวันต่อวัน ซึ่งแฟนสาวมีอาการดีขึ้น โดยก่อนหน้านี้เคยวางแผนว่าภายใน 2 ปีจะแต่งงานและซื้อบ้านเอาไว้ แต่ไม่ถึง 1 ปี ต้องมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งส่วนตัวอยากพาแฟนกลับไปอยู่บ้านในจ.จันทบุรี แต่หมอห้ามไว้ เพราะจะทำให้แฟนสาวจากไปเร็วกว่าเดิม จึงตัดสินใจให้รักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเวลามองหน้าแฟนก็อยากร้องไห้ทุกที แต่ก็หวังปาฏิหาริย์” ขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊ก Guitra Kotchakorn ,หนึ่ง เจริญรัตน์ดีเซล และ amarintv

Read more

ชีวิตจริงยิ่งกว่านางเอก!! “พรีม-รณิดา” ครอบครัวแยกทาง เข้าวงการเลี้ยงแม่-พี่ชายดาวน์ซินโดรม

พ่อแม่แยกทางกัน นางเอกสาว พรีม-รณิดา จึงต้องเข้าวงการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวและพี่ชายที่เป็นดาวน์ซินโดรม ต้องเป็นผู้นำครอบครัว ตั้งแต่ตัวเองอายุ 20 โดยเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 14-15 แล้ว เพราะแม่ต้องดูแลพี่ชาย โดยเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกกลัว แต่จะหาเวลาว่าง พาพี่ชายไปทำกิจกรรม ฝึกพัฒนาการเรียนรู้ โดยเจ้าตัวเคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า ไม่รู้สึกว่าหนัก เพราะดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ถึงเรื่องสำคัญๆ เราดูแลครอบครัว ดูแลพี่ชายด้วย เค้าจะตอบแทนมาด้วยความสุข ความร่าเริง เป็นกำลังใจที่ดีให้เรา เรียกว่าเป็นนางเอกทั้งในจอนอกจอ แถมกตัญญูมากๆด้วย

Read more

ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่ 1 นาย เจ้าพ่อพรีเซ็นเตอร์

รวยเละต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และยังมีวี่แววว่าจะรวยๆ ต่อไปได้อีกนานอยู่ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ หล่อกระจายซัดใจ ขึ้นแท่นเจ้าพ่อพรีเซ็นเตอร์ไปอีกคนของวงการนานแล้ว โกยเงินหลายล้าน ยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ติดกัน 10 งวดซ้อน ความหล่อลากก็ทิ่มตากันแล้ว เห็นๆ กันอยู่ว่าหล่อลากบาดใจจริง ส่วนความน่ารักและเป็นงานของนาย ต้องยกความดีความชอบหนักๆ ให้กับแม่หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ที่ดูแลเป็นผู้จัดการลูกชายตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้บางคนจะเริ่มๆ นินทาคุณแม่หมู ว่าเรื่องเยอะไปนิ๊ด! โปรดมองอีกมุมเนอะ! ไม่เยอะนะคะๆ แค่ต้องการบริหารจัดการให้โอเค ก็เท่านั้นเอง

Read more

โรตี ลุงชู หอมอร่อย รสชาติเก่าแก่มานานกว่า 30 ปี

ชิมโรตีลุงชู โรตีสูตรดั้งเดิม ที่มีรสชาติหอมกลิ่นแป้งโรตีและนม เป็นร้านดั้งเดิมแห่งบ้านวังส้มซ่า ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ขายมานานกว่า 30 ปี ราคาย่อมเยาว์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรับประทานโรตี สูตรดั้งเดิม ที่มีรสชาติหอมกลิ่นแป้งโรตี จะขอแนะนำร้านโรตีลุงชู ที่บ้านวังส้มซ่า หมู่1ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นร้านโรตีดั้งเดิมของที่ที่ได้ขายมานานกว่า 30 ปี ทุกๆเย็นชาวบ้านบ้านวังส้มซ่า จะคอยรับประทานกันเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากมีรสชาติอร่อย หอมกลิ่นของโรตีใส่นม ราคาก็ไม่แพง เพียง 5-20 บาทเท่านั้น โดยโรตีลุงชู นั้น ชื่อจริง คือ นายชู พ่วงกระทุ่ม อายุ 79 อยู่บ้านเลขที่ 6 1หมู่1ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยลุงชู เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ขายโรตีมานานกว่า 30 ปี แล้ว โดยจะขายที่บริเวณบ้านวังส้มซ่า เป็นประจำ และลูกค้าส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบก็มารอซื้อกันทุกวัน โดยราคาโรตีที่ตนเองขาย ก็ไม่แพง ราคาเริ่มต้นที่ 5 บาท 10 บาท และ 20 บาท ซึ่งลูกค้าไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง หรือผู้ที่ชื่นชอบกินโรตี สูตรดั้งเดิม ก็จะสั่งกินกันเนื่องจากชื่นชอบในรสชาต ที่หอมแป้งโรต และนม ที่มีความมัน รับประทานแล้วติดใจทีเดียว วันหนึ่งขายโรตี ไม่ต่ำกว่า 50-200 ก้อนทีเดียว โดยผู้ที่ชื่นชอบโรตีสูตรดั้งเดิม พื้นบ้าน ก็ลองไปชิมโรตีลุงชู ได้ที่บริเวณทางเข้าบ้านวังซ่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นประจำทุกวัน

Read more

“จุฬาฯ” ปลด “เนติวิทย์” ออกจากตำแหน่งประธาน

ความคืบหน้าการดำเนินการในกรณีความไม่เรียบร้อยจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ หลังคณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิตในฝ่ายกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการสอบสวนพฤติกรรมของกลุ่มนิสิตดังกล่าว โดยนายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถูกสอบสวนในข้อหา ใช้สถานที่ราชการในการจัดประชุมโดยไม่รับอนุญาต และแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขณะที่เพื่อนสมาชิกนิสิตอีก 7 คน ถูกสอบสวนข้อหา แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น ผู้สื่ือข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ส.ค.60) กรณีมีกระแสข่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการตัดสินกรณีดังกล่าวแล้ว โดย เมื่อเวลา 17 .00 น. มีรายงานว่านายเนติวิทย์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานสภานิสิตจุฬาฯ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายเนติวิทย์ ยืนยันว่าถูกปลดจากตำแหน่งจริง พร้อมด้วยสมาชิกสภานิสิต มีรายระเอียดดังนี้ 1. เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ประธานสภานิสิต นิสิตคณะรัฐศาสตร์ 2. ศุภลักษณ์ บำรุงกิจ รองประธานสภานิสิต นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ 3. ธรณ์เทพ มณีเจริญ สภานิสิตสามัญ นิสิตคณะรัฐศาสตร์ 4. ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี สภานิสิตสามัญ นิสิตคณะรัฐศาสตร์ 5. ชินวัตร งามละมัย สภานิสิตสามัญ นิสิตคณะครุศาสตร์ หลังจากนั้น นายเนติวิทย์ โพสต์ข้อความระบุว่า “ในวันนี้ ผมได้รับคำสั่งจากทางจุฬาฯ ให้ปลดผมและเพื่อนๆ อีก 4 คน ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิสิตสามัญ พ้นออกจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกตัดคะแนนความประพฤติในกรณีถวายสัตย์คนละ 25 คะแนน ซึ่งรวมถึงเพื่อนอีก 3 คน ที่กรรมาธิการสภาด้วย ทำให้ผมพ้นจากตำแหน่งประธานสภานิสิตด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อหาหนึ่่่งคือการจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังปัญหาของผู้ค้าสวนหลวงสแควร์ ซึ่งยังไม่ได้รับคำตัดสิน ส่วนท่านอาจารย์ที่ได้ล๊อกคอนิสิตนั้น มหาวิทยาลัยได้ตั้งกรรมการสอบสวนด้วย แต่ผลการตัดสิน ณ ตอนนี้ยังไม่มีผลออกมา ทั้งๆ ที่ มหาวิทยาลัยได้เริ่มกระบวนการสอบสวนก่อนผมและเพื่อนๆ เสียอีก อย่างไรก็ดี ทางเราจะยังต่อสู้ต่อไปโดยอุทธรณ์ต่อทางมหาวิทยาลัย” โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ได้มีนักวิชาการและนักศึกษาจากทั่วประเทศร่วมลงชื่อ เรียกร้องจุฬาฯให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่ โดยขอให้มหาวิทยาลัย ไม่ใช้อำนาจในการแก้ปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีกรณีที่สร้างเสียงฮือฮา เมื่อนอม ชอมสกี นักวิชาการชื่อดัง จากสหรัฐฯ ส่งข้อความ แสดงความห่วงใยมายังนายเนติวิทย์ โดยมองว่าหากมีการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ยุติธรรม (คลิกอ่านข่าว) และ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้พบปะ กับนายเนติวิทย์ พร้อมแสดงความเห็นว่า แม้อาจไม่เห็นด้วยกับนายเนติวิทย์ แต่นายเนติวิทย์ ไม่ได้ทำผิดอะไร เป็นสิทธิ ไม่สามารถลงโทษได้

Read more

บีบีซี วิเคราะห์ “ไทย” หลัง “ปูหนี”

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. สำนักข่าวบีบีซี นิวส์ โดย โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานบทความเชิงวิเคราะห์กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไปฟังคำพิพากษาในคดีรับจำนำข้าว ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปไม่ได้หากจะมองว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับมิติการเมืองที่นำโดยรัฐบาลทหาร และไม่แปลกที่ว่ากลุ่มคนสนับสนุนยิ่งลักษณ์รวมถึงตัวอดีตนายกฯหญิง น้องสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกโค่นอำนาจโดยการรัฐประหารเช่นกัน จะมองว่ากรณีนี้เป็นเรื่องการเมือง สำหรับการหลบหนีออกจากประเทศไทยและมุ่งหน้าสู่นครรัฐดูไบ นายเฮดมองว่าแวดวงสูงสุดของการเมืองไทยรับรู้เกี่ยวกับเที่ยวบินหลบหนีครั้งนี้ และการหลบหนีของยิ่งลักษณ์ในวินาทีสุดท้าย สร้างความเคลือบแคลงใจเล็กๆว่าอาจจะต้องมีบุคคลชั้นผู้ใหญ่เป็นใจ หลายฝ่ายมองว่าการหนีของยิ่งลักษณ์เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการลดทอนกระแสความรุนแรงของบรรดาผู้สนับสนุน โดยเฉพาะในเดือนตุลาคมที่รัฐบาลต้องการควบคุมความสงบในประเทศไว้ได้ให้มากที่สุด ส่วนมุมมองต่อประะชาธิปไตยไทยที่ยังไม่มีพรรคใดมีวี่แววจะเข้ามาแทนที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวบีบีซีมองว่าพรรคเพื่อไทยยังคงกุมฐานเสียงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้ได้ถึงร้อยละ 40 แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อโอกาสพรรคเพื่อไทยในการตั้งรัฐบาล ประกอบกับรัฐธรรมนูญใหม่ที่ลดอำนาจของพรรคการเมือง ซึ่งยากสำหรับพรรคเพื่อไทยในการเข้ามากุมเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาเหมือนสมัยก่อน คำถามว่าผลการตัดสินจะก่อให้เกิดกระแสต่อต้านหรือลุกฮือหรือไม่ ผู้สื่อข่าวบีบีซีมองว่าเมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์เลือกเดินออกไปแล้ว กลุ่มสนับสนุนก็ไม่มีสัญลักษณ์ใดที่จะชูมาใช้ในการเดินขบวนสนับสนุน นอกจากนี้ยังมองไปถึงความพยายามของฝ่ายทหารและกลุ่มอนุรักษนิยมในการทำลายครอบครัวชินวัตร เพื่อที่ครอบครัวนี้จะไม่สามารถต่อสู้เพื่อกลับมาสู่จุดเดิมได้อีก นายเฮดมองโดยรวมว่าจากการต่อสู้ทางการเมืองจะส่งผลให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งต้องถูกทำลาย หรืออาจจะมีการต่อรองเกิดขึ้น สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดยังอธิบายไม่ได้ เช่นเดียวกันว่าเหตุการณ์นี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการเริ่มต้นในการทำลายอิทธิพลของตระกูลชินวัตรขั้นสุดท้ายหรือไม่

Read more

“ดี้” สอนมวยพวกก่อกวนจุฬาฯ อริเขาก็ไม่ด่า “บุพการี” กัน

จากกรณีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ส่งหนังสือปลด นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ในฐานะประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมพวก พ้นจากตำแหน่ง สืบเนื่องมาจากในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาฯ ได้เกิดเหตุชุลมุน จนถูกตัดคะแนนความประพฤติไป คนละ 25 คะแนน โดยทางนายเนติวิทย์เองก็ได้โกนหัวประท้วง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับประกาศดังกล่าว จนทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าการสั่งปลดดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามระเบียบ และผู้ที่ป่วนพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็คือกลุ่มของนายเนติวิทย์ตามที่ได้เสนอข่าวออย่างต่อเนื่องไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผู้สื่อข่าว เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า ภายหลังจากที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าวจนกลายเป็นที่ถกเถียงกันในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นคือ นายนิติพงษ์ ห่อนาค หรือ ดี้ นักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุ ฉันภูมิใจสถาบันนี้…เป็นผู้มีอารยธรรม เป็นสุภาพชน….อ่อนโยน ไม่กระด้างเหือดแห้ง…ฉันเรียนมา ฉันเป็นคนจุฬา ซึ่งเมืองไทยนั้นเป็นเมืองเปิดกว้าง มหาวิทยาลัยที่มีวัฒนธรรมรักรากเหง้า มีพี่มีน้อง อบอุ่น นอบน้อมถ่อมตนก็มี เขาก็เคารพศรัทธาของเขา เต็มใจจะแสดงความเคารพต่อผู้ที่สร้างสถานที่เล่าเรียนให้เขาได้เรียน มหาวิทยาลัยที่มีวัฒนธรรมต่างไปทุกอย่างภราดรภาพเท่าเทียมกันก็มี เขาก็เคารพศรัทธาของเขา เคารพผู้ประศาสน์การราวกับราชาเช่นเดียวกันก็ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ชั่วร้ายคือ การล้ำเส้นในความเชื่อถือของผู้ที่เห็นต่าง พวกรักสงบรักวัฒนธรรมไม่ค่อยจะไปเบียดเบียนใคร ขอให้วิถีของเขาได้มีความสุขสงบกับสังคม แต่พวกที่ชอบจะถลกหนังวัฒนธรรมบ้านเมืองนี่ ก็ชอบที่จะล้ำเส้นทุกอย่าง จนพวกรักสงบเริ่มสะเทือนใจ แล้วก็ตอบโต้บ้าง ก็เข้าทางพวกไม่รักสงบ หมาฝั่งหนึ่งเห่า…อีกฝ่ายไม่อยากเห่าด้วย เพราะมีอะไรที่ต้องทำที่มีประโยชน์กว่า มันก็ยังเห่าอีก ไม่เห่าโต้ตอบ ก็จะมีคนหาว่าไม่เอาไหน ไม่สู้ ไม่แก้ประเด็น พอเห่าตอบ ก็กลายเป็นหมาไร้สาระเช่นเดียวกับพวกมัน ที่จริงมันไร้สาระมากเลยนะแม่ประไพ… ที่ก็เป็นหมาด้วยกันทั้งสิ้นแหละ แล้วมาเห่าใส่กันว่า ใครเสียงดังกว่า เชื่ออะไรก็เชื่อ ทำของตัวเองไปนะ-ึงนะ แต่อย่าเห่าให้น้ำลายเปื้อนคนที่เขาเงียบๆ ไม่อยากมีเรื่อง นักเลงอ่ะนะ ถึงจะเป็นอริกัน เขาก็ไม่ข้ามเส้น ชกกันตัวต่อตัวก็ได้…แต่เขาไม่ด่าพ่อ ด่าแม่กัน ขอบคุณภาพแลข้อมูลจาก @Nitipong Honark

Read more

“อั้ม” ยอมรับแล้วคุยไฮโซ “ฟลุค” เริ่มจากพี่น้องไม่รีบพัฒนา

แม้จะยังไม่ฟันธงว่าความสัมพันธ์เป็นแบบไหน แต่ก็มีภาพควงกันไปไหนมาไหน ระหว่างนางเอกสาว อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ กับ ไฮโซฟลุค-วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์ ให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ล่าสุดก็ควงคู่ไปทำบุญร่วมกัน งานนี้มีโอกาสเจอตัวสาวอั้มในงานแถลงข่าวฉลองครบรอบ 5 ปี เกมแคลช ออฟ แคลนส์ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เลยขออัพเดทสัมพันธ์ของสาวอั้มกับไฮโซฟลุคซะหน่อยคืบหน้าไปสถานะไหน นอกจากนี้สาวอั้มยังเปิดใจถึงความรู้สึกที่ติดโพลลูกกตัญญูให้ฟังอีกด้วย อั้ม เผยว่า ความสัมพันธ์ของอั้มกับพี่ฟลุคยังคงเป็นคนที่คุย ๆ กันอยู่แบบพี่แบบน้อง ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง ยังไม่ได้ตกลงกันเรื่องสถานะค่ะ ไม่รู้เรียกว่าศึกษาดูใจเป็นพิเศษไหม รู้แต่ว่าเราคุยกับพี่เขาและอั้มก็ไม่ได้ปิดเรื่องนี้ ไปไหนก็ไปกับพี่เขา เราทั้งคู่ชอบทำบุญ ส่วนมากภาพที่ออกมาก็คือเราไปทำบุญกัน แต่ก็ทำตัวปกติไม่เคยห้ามไม่ให้ถ่ายรูป แต่เลือกรูปสวย ๆ หน่อยเท่านั้นค่ะ เพราะบางทีรูปที่ออกมาดูน่าเกลียดทั้งที่ตัวจริงอั้มสวย(ยิ้ม) พี่เขาไม่ชินกับการโดนถ่ายภาพ เพราะเขาเป็นคนนอกวงการ เขามีชีวิตของเขา เราก็มีชีวิตของเรา แต่เขาโตแล้วไม่ค่อยมาหยุมหยิมเรื่องพวกนี้ยุ่งแต่กับงาน คือเราเพิ่งเริ่มคุยกันยังไม่อยากรีบ อายุมากแล้ว ผิดหวังบ่อยไม่ดี ถามว่าคนรอบข้างเชียร์ไหม เอาจริงก็ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องนี้ แต่ พี่เอ-ศุภชัย เชียร์อยากให้แต่งงาน เพราะเขาไม่อยากให้เป็นเราภาระ(หัวเราะ) อั้มไม่ได้หวงความโสดนะ ไม่รู้จะหวงไปทำไม แต่ที่ผ่านมาเราคิดว่าใช่ แต่สุดท้ายไม่ใช่ก็มีเรื่องให้เราเสียใจทุกที ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า ไม่แน่อาจจะไม่มีใครเลยก็ได้ในชีวิตค่ะ สำหรับละครเรื่องใหม่ตอนนี้ยังไม่มี รอดูที่บทชอบอยากลองเล่นอะไรที่เรายังไม่เคยเล่น ยอมรับว่าเลือกยากขึ้น เพราะคนคาดหวังเยอะ ส่วนที่ติดโพลลูกกตัญญู อั้มเป็นลูกกตัญญูตั้งนานแล้ว เพราะเป็นลูกคนเดียวและอยู่ติดบ้าน ก็ดูแลท่านเป็นอย่างดีทุกอย่างทุกวัน ไม่ใช่แค่เทศกาล วันเกิดคุณพ่อที่ผ่านมาก็ไปทานข้าวแถวบ้าน รูปที่คุณพ่อถ่ายกับรองเท้าหลายคู่ เป็นรองเท้าที่ซื้อให้ท่านเรื่อย ๆ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แต่คุณแม่เป็นคนเก็บเพิ่งรื้อเจอเลยบอกคุณพ่อว่าให้รองเท้าที่เจอเป็นของขวัญแทนค่ะ

Read more

คลิปนาที!! พลุระเบิดกลางงาน 12 นักษัตรกระบี่ ตร.เอาผิดผู้ควบคุม

คลิปนาที​พลุดอกไม้ไฟระเบิดภายในงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” ด้าน จนท. สั่งดำเนินคดีผู้ควบคุม เหตุกระทำการโดยประมาท เจ้าหน้าที่สภ.เมืองกระบี่ ได้มีการแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เพื่อดำเนินคดีกับนายพงพันธ์ แก้วจอมแพง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.9 ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ผู้ควบคุมดูแลพุ ในงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” หลังเกิดเหตุระเบิดจนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 23 ราย (อ่านข่าว : พลุดอกไม้ไฟพุ่งใส่คนดูกลางงาน “ตำนานกระบี่ เมืองแห่ง 12 นักษัตร” เจ็บ 21 ราย) โดย นายพงพันธ์ ได้เผยหลังเข้าให้ปากคำถึงเหตุที่เกิดขึ้นกับพนักงานสอบสวน ว่า ในคืนเกิดเกตุได้นำพลุมาจุดทั้งหมด 80 ลูก ได้มีการวางรากฐานอย่างดี และมีการนำรถหกล้อมากั้นไว้ ขณะเกิดเหตุพลุไม่ได้ล้ม แต่คาดว่าพลุชุดใหญ่ที่นำมาเก็บไว้ก่อนใช้งานอาจจะเกิดความชื้นเมื่อนำมาจุดก็ทำให้กระบอกแตกและระเบิดก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปบนท้องพ้า เป็นเหตุสะเก็ดพลุกระจายไปโดยคนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้ทำหน้าที่จุดพลุมานานกว่า 6 ปี แล้วไม่เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว หลังจากนี้จะต้องเพิ่มระมัดระวังให้มากขึ้น และพร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และจะไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บด้วย

Read more

ทหารลงพื้นที่ สำรวจกล้องวงจรปิดรอบท้องสนามหลวง เพื่อป้องกันเหตุ

วันนี้ เวลา 09 : 00 น. ทหารกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่สำรวจกล้องวงจรปิดโดยรอบท้องสนามหลวง หลัง เกิดเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ซึ่งพันเอกจิรโรจน์ ธูปเทียนรัตน์ ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ ที่1 รอ. ได้รับมอบหมายจาก พลโทอภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้ดำเนินการสำรวจกล้องกล้องโทรทัศน์วงจรปิด บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง โดยมี พันโทไตรศักดิ์ ทุมเพรช ผู้บังคับการกองพันทหารสื่อสารที่ 1 รักษาพระองค์ และทหารอีกเกือบ 20 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักการจราจรและขนส่ง ลงพื้นที่สำรวจกล้องวงจรปิดโดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 109 ตัว โดยเริ่มจาก บริเวณหน้าวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ถนนพระจันทร์ เรื่อยไปบริเวณด้านข้างของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไปจนถึงรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ คุณภาพของกล้องวงจรปิดทั้งหมด 109 ตัวนั้น มีคุณภาพสูงคมชัด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งจากการตรวจสอบในเวลากลางวัน นั้น ภาพมีความคมชัดจึงสามารถเห็นบุคคลและยานพาหนะที่สัญจรไปมาได้อย่างชัดเจน แต่กล้องบางตัวองศากล้องอยู่มุมอับ และบางตัวไม่ได้เชื่อมต่อสัญญาณกับศูนย์ควบคุมของ กทม. จึงทำให้ล่าช้าในการตรวจสอบหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน ดังนั้น หลังจากสำรวจบริเวณโดยรอบแล้วทางกรุงเทพมหานครและทหารจะสรุปจำนวนกล้องที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมในจุดมุมอับต่อไป อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ กกล.รส. โดย พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มการรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง โดยให้เพิ่มกำลังตำรวจและทหารอีก 1 กองร้อย และอบรมจิตอาสา เพื่อช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติ และเพิ่มชุดลาดตระเวนจักรยาน รวมถึง เพิ่มความเข้มงวดจุดคัดกรอง บันทึกตัวบุคคลและภาพบัตรประชาชน ก่อนจะเขามาในบริเวณท้องสนามหลวง และตรวจค้นอย่างละเอียด

Read more